วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555

"อารมณ์พระนิพพาน"

 "อารมณ์พระนิพพาน"

    มันไม่มีอารมณ์อะไรนี่ อารมณ์อย่างเทวดาก็ไม่มี อารมณ์อย่างพรหมก็ไม่มี จะมานั่งห่วงว่าคนนั้นจะแก่ก็ไม่มี ห่วงว่าคนนั้นจะป่วยก็ไม่มี ห่วงว่าคนนั้นจะหิวมันก็ไม่มี ห่วงว่าคนนั้นจะเหนื่อยมันก็ไม่มี
   
    มันไม่มีอะไรจะห่วงทั้งหมด อารมณ์มันเฉยๆ ถึงจะเป็นลูก เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นสามีภรรยา อารมณ์เดินมันก็ไม่มี แต่ความนึกถึงกันในอดีตนั้นเป็นเรื่องธรรมดา
   
    แต่ขึ้นมาบนนี้อารมณ์มันปล่อยหมด แต่ทว่าคำว่า พันธะ ยังมีอยู่นิดนึงคือ ห่วงพวกที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์ แต่ห่วงแล้วจิตมันก็ไม่เป็นทุกข์หรอก มีกังวลอยู่นิดเดียวว่า ทำอย่างไรเขาจึงจะเป็นพระอรหันต์
   
    จะหาวิธีใดที่จะให้เขามานิพพานได้ พระองค์อธิบายว่าขณะที่ทรงขันธ์ ๕ อยู่ ให้ทำจิตเหมือนกับอยู่นิพพาน แต่ทว่ากิจที่จะต้องทำก็คือภาระเกี่ยวกับขันธ์ ๕ ถือว่าเราทำเพื่อมันทรงอยู่ เพราะมันยังไม่ดับแต่อย่ามีอารมณ์กังวล
   
    มันอยากกินก็ให้มันกิน มันอยากขี้ก็ให้มันขี้ มันอยากนอนก็ให้มันนอน ทำสภาวะเหมือนกับว่า ร่างกายเป็นเสือตัวร้ายที่เราเลี้ยงไว้ แต่เรากำลังจะกระโดดหนีเสือ แต่มันยังไปไม่ได้
   
    เมื่อเราอยู่กับเสือก็มีความรังเกียจเสือ เราให้มันกินเพราะความจำใจ แต่เนื้อแท้จริงๆเราไม่ต้องการมันเลย แล้วพระพุทธองค์ทรงสรุปอีกว่า
   
    "ให้พยายามรักษากำลังใจ ว่าที่เราทรงขันธ์อยู่ให้เหมือนกับว่า เราละขันธ์ ๕ ไปอยู่ที่นิพพาน คืออย่าให้มีอารมณ์ยุ่ง ทำทุกอย่างเพื่อเราละโลกนี้ เทวโลก พรหมโลก ซึ่งเหมือนพยัคฆ์ร้ายที่คอยทำอันตรายเรา เราต้องการอย่างเดียว คือ พระนิพพาน" 


    โดย หนังสือธรรมปกิณกะ (ฉบับพิเศษ)



http://ufokaokala.com/index.php?topic=5613.msg45868#msg45868