วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

สุญญตาสูตร

สุญญตาสูตร





โลกทุกใบ ถูกลบหายไปด้วย “ความว่าง”
เมื่อสัมผัสอารมณ์หลากหลายด้วย
“สติสัมปชัญญะ”
ความทุกข์ทั้งปวง ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้


ดังนั้น ในสถานการณ์ที่เราเคยคิดว่าคับขัน น่าทุกข์ น่ากังวล น่าขุ่นข้องหมองใจ เราก็ควรฉกฉวยประโยชน์ตน จากสถานการณ์นั้นๆ เพื่อให้เห็นอีกด้านที่คาดไม่ถึง เช่น อ่านข้อความแล้วรู้สึกไม่สบายใจ ให้มองย้อนกลับเข้าไปในขันธ์ห้า ที่กำลังคิดกลับไปกลับมานั้น แล้วเห็นให้ได้ ว่ามันกำลังคิดอะไร ปรุงแต่งแบบไหน และมันรู้สึกอย่างไรกันแน่

   เพราะขันธ์ห้านี้ เป็นขันธ์ที่เรามองเห็นได้ ปล่อยวางมันได้ สอนมันได้ ต่อให้มันคิดอะไรต่อมิอะไร มากน้อยแค่ไหน เกิดอารมณ์อย่างไร มันก็วนอยู่ในขันธ์ห้าขันธ์นี้ มิได้ไปวนอยู่ในขันธ์ห้าของใครๆเลย

   เราจึงต้องรู้วิธีถอยห่างจากไฟ ที่มันลุกอยู่ใกล้ๆเราก่อนดีกว่า ถ้าเห็นได้ ถ้าวางได้ ถ้าละการปรุงแต่งในขันธ์ห้านี้ได้ โลกทั้งใบ ก็อยู่ในขันธ์ห้า ...ขันธ์นี้เท่านั้น

   คิดถึงอเมริกา ก็คิดในขันธ์ห้านี้
   เห็นเมืองฝรั่งเศส ก็เห็นผ่านขันธ์ห้าขันธ์นี้
   หรือ แม้จะรัก จะเกลียด จะโกรธ จะห่วงใยพ่อแม่ ลูกเมีย ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในขันธ์ห้า ของแต่ละท่านนี่ ที่ปรุงแต่งเองทั้งหมดเลย ไม่ได้ไปปรุงแต่งในขันธ์ห้าของใครทั้งสิ้น

   ถ้าเข้าใจกลไกของขันธ์ ห้า ถ้าไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่นในอุปาทานขันธ์ห้าที่กำลังล่อหลอกให้เข้ามาติด กับ แล้วยอมรับอารมณ์นั้นๆว่าเป็นของตนแล้วไซร้
   ความสุข ความทุกข์ มันก็เกิดขึ้นได้แค่ในขันธ์ห้าเท่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นกับใครเลย หากอยู่เหนือขันธ์ห้าของท่านเองได้ ท่านก็ย่อมอยู่เหนือโลกธรรม 8 ได้เช่นกัน

   เพราะโลกธรรม 8 ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ มันถูกปรุงแต่งออกมา จากขันธ์ห้าของท่านเอง

   หากทุกคนมุ่งเน้นพิจารณาในขันธ์ห้าของตนเท่านั้น โดยไม่ มุ่งเน้นที่จะไปพิจารณาขันธ์ห้าของบุคคลอื่น ก็จะไม่มีอคติด้วยเห็นว่าบุคคลอื่น ผิดถูกดีชั่ว จะไม่มีการนำสิ่งหนึ่ง ไปเปรียบเทียบกับอีกสิ่งหนึ่ง จะไม่มีความเห็นที่แตกต่าง หรือแตกแยก เพราะธรรมชาติมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่มีแบ่งแยก ทุกสรรพสิ่ง ล้วนเป็นธรรมชาติเดียวกัน มิได้เป็นตัวใครของใครทั้งสิ้น อยู่ที่ว่า ใครจะเข้าใจได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้น

   การมีความเข้าใจในกลไกของธรรมชาติ การมองเห็นความเป็นเช่นนั้นเองของธรรมชาติ การมีมุมมองที่ถูกตรงตามหลักของธรรมชาติเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะเปิดมุมมองที่ให้เห็นความเป็นหนึ่งเดียวของทุกสรรพสิ่ง หากมีความเข้าใจอย่างแท้จริงแล้ว ก็จะไม่มีการแบ่งแยก ไม่มีเขา ไม่มีเรา ไม่มีการเทียบเคียงใดๆทั้งสิ้น ไม่มีเราดีกว่าเขา ไม่มีเขาดีกว่าเรา ไม่มีเราเสมอเขา และไม่มีความเห็นที่เป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นตัวตน เรา เขา ทุกสิ่งล้วนเกิดจากเหตุปัจจัย ตามกลไกของธรรมชาติทั้งสิ้น ไม่ได้มีใคร อยากที่จะเป็นอะไร อะไร แล้วเลือกได้ตามที่ใจต้องการ

   ทุกคนเกิดมาตามกรรม ตามวิบากกรรมที่ส่งมา อยู่ในแบบฟอร์มขันธ์ห้าไหนๆ ก็ต้องดำเนินไปตามแบบฟอร์มนั้นๆ อยู่ในแบบฟอร์มของนกก็จะบินได้ หากินหนอนแมลง ข้าวเปลือก ดำเนินชีวิตไปตามกลไกของธรรมชาติ






การได้เกิดเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้ว เพราะเป็นแบบฟอร์มเดียว ที่สามารถออกจากทุกข์ได้ พ้นทุกข์ได้ เพราะสามารถมีสติปัญญาพิจารณาไตร่ตรอง มีการปฏิบัติเพื่อละอัตตาตัวตน เรียนรู้กลไกขันธ์ห้า จึงมีโอกาสหลุดพ้นจากอุปาทานขันธ์ห้าได้

   นอกนั้น แบบฟอร์มอื่นๆ ไม่มีโอกาสพ้นทุกข์ได้เลย





ธรรมะเพื่่อการละวางอัตตาตัวตน ชุดที่ 2 โดย อาจารย์สุดใจ ชื่นสำนวน