วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก (ปริศนาธรรม)

ครูถามนักเรียนว่า "อะไรคือสิ่งมหัศจรรย์ทั้งเจ็ดของโลก" คำตอบมีต่างกันบ้าง แต่นักเรียนส่วนใหญ่ก็เลือกคำตอบดังนี้


1. นครชีเชนอิตซา ประเทศเม็กซิโก (Chichen Itza, Mexico)


2. กำแพงเมืองจีน ประเทศจีน (Great Wall of China)


3. รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ประเทศบราซิล (Christ Redeemer, Brazil)


4. อาณาจักรอินคา (มาชูปิกชู) ประเทศเปรู (Machu Picchu, Peru)


5. สุสานทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย (Taj Mahal, India)


6. สนามกีฬาโคลอสเซียม ประเทศอิตาลี (Colosseum, Italy)


7. นครเปตรา ประเทศจอร์แดน (Petra, Jordan)


ระหว่างที่รวบรวมคำตอบ คุณครูสังเกตเห็นว่ามีนักเรียนหญิงคนหนึ่งท่าทางสับสนครุ่นคิดและยังเขียนคำตอบไม่เสร็จ ครูจึงถามเธอว่า "หนูเลือกไม่ถูกหรือจ๊ะ"

เด็กหญิงตอบว่า

"ค่ะ หนูไม่ทราบว่าสิ่งที่หนูว่ามหัศจรรย์จะเหมือนของคนอื่นไหม แล้วหนูก็หาได้แค่หกเองค่ะ"

ครูเอ่ยขึ้นว่า "ถ้าอย่างนั้นหนูก็ลองบอกให้ฟังหน่อยซิจ๊ะ เผื่อพวกเราจะช่วยได้"

เด็กหญิงรีรออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะอ่านสิ่งที่ตนเขียน "หนูคิดว่า สิ่งมหัศจรรรย์ของโลก คือ...

๑. การได้มองเห็น
๒. การได้ยินเสียง
๓. การได้กลิ่น
๔. การได้รู้รส
๕. การได้รู้สึกถูกต้อง สัมผัส
๖. ความนึกคิด


"หนู รู้ว่าสิ่งทั้งหกที่เกิดขึ้นกับเรามหัศจรรย์เหลือเกิน สิ่งต่างๆเหล่านี้สร้างความสุขให้แก่ชีวิตเรามากทีเดียวนะคะ แต่เจ้าหกสิ่งมหัศจรรย์นี้เอง ที่สร้างทุกข์มหันต์ให้กับพวกเราเช่นกัน หนูจึงตัดสินใจไม่ถูกเลยค่ะ"

คุณครูพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับสิ่งที่เด็กหญิงพูด พร้อมกับลูบหัวเบาๆด้วยความเอ็นดู แล้วกล่าวเสริมสิ่งที่เด็กหญิงได้พูดมา

"ในทุกๆทางเข้าจะมีทางออกอยู่ด้วย พูดง่ายๆก็คือ ทางเข้ากับทางออกก็คือทางเดียวกัน

ทาง เข้าทั้งหกทางเป็นประตูทำให้ใจเราสั่นไหว เป็นสุขเป็นทุกข์ตลอดเวลา แต่หากเรามีสติคอยดูแลรักษา สิ่งต่างๆที่เข้ามากระทบจะทำอะไรจิตใจเราไม่ได้อีก ดังนั้น เมื่อมีสติแล้ว สิ่งมหัศจรรย์สิ่งที่เจ็ด จะเกิดขึ้นในทันที ซึ่งนั่นก็คือ...

๗. ความว่าง..."



ทั้งห้องเงียบสนิท ครูจึงพูดต่อ...

"เรา มัวแต่มองออกไปนอกตัวเสมอ เราจึงมองข้ามสิ่งเรียบง่ายและแสนธรรมดาที่เกิดขึ้นที่ตัวของเราไปโดยสิ้น เชิง แต่ถึงอย่างไร แม้เราจะเข้าใจแล้วว่าสุดยอดของความมหัศจรรย์ทั้งหมดคือ "ความว่าง"

แต่ในความเป็นจริง

ความว่างก็ทำไม่ได้

การที่จะเข้าถึงความว่าง

เราต้องรู้ทันความมีอยู่ของสุขและทุกข์ที่เกิดขึ้นที่เราก่อน

นั่นคือ เริ่มต้นที่การ รู้กายรู้ใจ ของเราเอง

เพราะกาย-ใจของเรานี่แหละ ที่เป็นตัวทำให้เกิด สุข-ทุกข์ ล่ะ

"เมื่อเขาได้เห็นความจริงอย่างนั้นแล้ว จะเข้าใจได้เองว่า ที่ยึดอยู่ ถืออยู่ ว่าสุขว่าทุกข์นั้น ไร้สาระเหลือเกิน


เมื่อถึงวันนั้นเขาจะไม่เอาเองนั่นแหละ"


เด็กน้อยทำหน้าฉงนแล้วพูดอย่างสงสัยว่า "เขา ??? ??"

คุณครูตอบอย่างย้ำความมั่นใจ "จ้ะ เขา"

ดังนั้น สิ่งมหัศจรรย์ที่สุดก็คือ สภาพพ้นโลก พ้นไปจากสุข พ้นไปจากทุกข์ เหนือบุญเหนือบาปทั้งปวง ไร้การปรุงแต่งใดๆ หมดสิ้นตัณหา

เริ่มต้นที่ เพียงแค่รู้


จากหนังสือ ดูจิตชั่วพริบตา โดย ประเสริฐ อุทัยเฉลิม 



http://ufokaokala.com/index.php?topic=3136.0