วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

มาทดสอบการทำงานของจิตกัน

มาทดสอบการทำงานของจิตกัน



ลองอ่านกันดูนะว่าอ่านได้ไหม

1

ถ้าคณุอาน่บทคาวมนี้ได้ คณุมีจติที่ไม่เข้าไปเกะากบัเรงื่อรวา
บญัตัญิมกาเนกิไป ลงออาน่ดูนะว่าได้หรอืเลป่า

มีแึ่ค่ 55 คนจาก 100 เท่านนั้แล่หะที่อาน่ได้
มาลงอดูกนัว่าคณุอ่านได้ไมห อยู่ในสน่ว 55 หรอื 45

ฉนัไม่อายกจะเชอื่เลยว่า ฉนัเข้าใจสงิ่ที่ฉนักำลงัอาน่อู่ยนี้

มนัเปน็ปฎกราากรณ์ของจติของม์ษุยน

2

มนัไม่สคำญเลยว่า

ตวัอรัษกเยีรงถตอ้กูงหรอืไม่ในคำคำหนงึ่ มนัสคำญแค่ว่า

ตวัอษักรแรกและตวัอษกัรตวัสดูทาย้ของคำนนั้อู่ยในตนำแห่งที่ถกูตอ้ง

ที่เลืหอนนั้มนัจะมวั่ซวั่อ่ายงไร คณุก็อาน่มนัได้อู่ยดี ไม่มีปหญัา


3

ที่เป็นอาย่งนี้เราพะจติเพยีงสมัผสัผาน่ๆเท่านนั้เอง

กราแลปค่าหอรืปะรมสวผลขงอจตินนั้ อาศยั "สญัาญ"

โดยตวัอกัษรบงาคำเท่านนั้ ก็แดสงผลได้ทนัที

สน่วให่ญจติจะเดาคำหอรืปะรโคย ลวง่ห้านไปกอน่แลว้


4

ถ้าเหน็จติทำงนาอาย่งละเยอีด จะเหน็เยลว่า

ทนัทีที่ตวัอกัษรกะรทบตา สญัญาจะแงสดคาวมหามย

มษุน์ยนนั้ไม่ได้อาน่ตวัอษกัรทกุตวัซกัหอน่ย

แต่อาน่เปน็คำเตม็ๆคำ


5

ซงึ่ไม่ได้ถกูเบสอไป แต่วญิญณาจะทำหน้าที่แลปค่าคำ
เปน็ปะรโคย เมอื่ไม่ใช่จะทำงนวให่มจนถกูตอง้
นี่เปน็คาวมสคุยดอที่คมอพวิเอตร์ทำไม่ได้
จติและกะรบนวกราทำงบาขงอขนัธ์๕
ทำงนากนัเงออาย่งอศัจย์รร สดุยอดเลยใช่มยั้ล่ะ ใช่เลย


6

กราภวานาก็เมหือนกนั เารไม่ตง้อไปซีเยรีสขานดตอ้ง
ไปรู้ทกุอ่ายงหอรก มนัจะกาลยเปน็เคียรดไปเลป่าๆ

นี่ไงที่เรยีกว่าปรมตัถ์สาภวะ
ใช้คาวมรู้สกึไปสมัผสัเาบๆเท่านนั้พอ

..........................


ท่านอ่านได้ไหม

ข้อ ความข้างบนนั้น หากพยายามอ่านช้าๆจะอ่านไม่ได้ เพราะตัวหนังสือ สระ วรรณยุกต์ทุกอย่างกลับหัวกลับหางผิดที่ผิดทางกันไปหมด จากผลการวิจัยพบว่า 55 จาก 100 คน (55%) จะอ่านรู้เรื่อง ที่เหลืออีก 45 คน (45%) จะอ่านไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าท่า่นลองกวาดสายตาไปเฉยๆ ใช้จิตสัมผัสเพียงผ่านๆ ท่านจะอ่านรู้เรื่องเอง นั่นก็เป็นเพราะว่า จิตไม่ต้องการรายละเอียด

ส่วน การรู้ชัดของจิตนั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องไปเพ่งจ้องให้ชัด แต่ต้องรู้บ่อยๆเนืองๆ ยกตัวอย่างเช่น หากนำสิ่งของบางอย่างที่ท่านไม่เคยรู้จักมาให้ท่านจับขณะปิดตาไว้ ท่านแตะครั้งแรก ก็ยังไม่ทราบว่าคืออะไร ท่านต้องแตะหลายครั้ง อาจจะ 10 ที 100 ที หรือมากกว่านั้น เพื่อจะได้เข้าใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร นั่นคือการอาศัยความถี่ในการสัมผัส

ความรู้สึกเช่นนี้เรียกว่า ปรมัตถ์สภาวะ ไม่ ต้องไปเพ่งจ้องให้มากไป จิตเพียงแค่รับรู้สิ่งต่างๆด้วยการรู้สึกเข้าไปตรงๆ ไม่ต้องเพ่ง ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องเอาบัญญัติเข้าไป ไม่ต้องอาศัยคำบริกรรม แต่จิตก็สามารถเข้าใจได้เอง

นี่แหละคือสภาวะที่เราใช้ในการเจริญสติรู้สึกตัว







จากหนังสือ ดูจิตชั่วพริบตา (ประเสริฐ อุทัยเฉลิม)